วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2553

วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2553

วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2553


เราเลิกคบกันเถอะ…ถ้าไม่อ่าน

เคยสงสัยบ้างไหมว่า



คนที่เรารักกับคนที่รักเรามันต่างกันแค่ไหน

คนที่เรารัก

...เราใส่ใจในเรื่องของเขาทุกอย่าง...
...เราแคร์ความรู้สึกเขาเสมอ...
...เราไม่เสียดายเวลาที่ได้อยู่ใกล้เขา...
...เราพยายามทำความรู้จักเขา...
...เราเป็นห่วงเขา...
...เราหวงเขา...
...เราเสียสละเพื่อเขาได้...


..............แต่................


คนที่รักเรา

...คนที่ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของเรา...
...คนที่พยายามทำความรู้จักกับเรา...
...คนที่แคร์ความรู้สึกเรา...
...คนที่เป็นห่วงเรา...
...คนที่ใส่ใจในทุกเรื่องของเรา...
...คนที่เสียสละเพื่อเราได้...





แล้วถ้าให้เลือก

ระหว่างคนที่รักเรากับคนที่เรารัก

เราจะเลือกใคร



1.คนที่เรารัก



2.คนที่รักเรา



3.ไม่เลือกใครสักคน



ไม่ว่าเราจะเลือกใคร

มันก็จะมีคนคนหนึ่งที่จะต้องเสียใจอยู่ดี



1.ถ้าคุณเลือกคนที่เรารัก คนที่รักเราก็จะเสียใจ



2.ถ้าคุณเลือกคนที่รักเรา คุณก็อาจจะต้องเสียใจ



3.ถ้าคุณไม่เลือกใครสักคน ทั้งคุณและคนที่รักคุณก็จะต้องเสียใจ





...แต่มีคนหนึ่งที่ไม่เสียใจ...





...คือคนที่เรารัก...


1.ถ้าคุณส่งคุณจะพบกับรักแท้ที่ยาวนานใน7วัน

2.ถ้าคุณส่งน้อยกว่า30รายคุณจะประสบอุบัติเหตุภายในบ้าน

3.ถ้าคุณไม่ส่งคุณจะไม่มีวันได้พบรักแท้

วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2553


10 วิธีการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี


ในแต่ละวันเราจำเป็นต้องรับประทานอาหารมากมาย มีคำแนะนำจากหลายสำนักให้กินนั่น ห้ามกินนี่จนไม่รู้จะเชื่อใครดี วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับง่ายๆ ของการกินให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพอย่างเต็มที่มาฝาก

1. กินอาหารเช้า เป็นพฤติกรรมพื้นฐานที่ส่งผลต่อจิตใจ และพลังชีวิตของคุณไปตลอดทั้งวัน และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ช่วยเผาผลาญพลังงานให้ดีขึ้น ทำให้คุณกินอาหารในมื้ออื่นๆ น้อยลง

2. เปลี่ยนน้ำมันที่ใช้ปรุงอาหาร ยอมจ่ายแพงสักนิดใช้น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันดอกทานตะวัน ปรุงอาหารแทนน้ำมันแบบเดิมที่เคยใช้ เพราะเป็นไขมันที่ไม่เป็นโทษต่อร่างกาย และมีกรดไขมันอิ่มตัวที่เป็นประโยชน์ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี

3. ดื่มน้ำให้มากขึ้น คนเราควรดื่มน้ำวันละ 2 ลิตรเป็นอย่างน้อย (ยกเว้นในรายที่ไตทำงานผิดปกติ) เพื่อหล่อเลี้ยงเซลล์ในร่างกาย ฟื้นฟูระบบขับถ่าย รักษาระดับความเข้มข้นของเลือด จะทำให้สดชื่นตลอดวันเลยทีเดียว

4. เสริมสร้างแคลเซียมให้กับกระดูก ด้วยการดื่มนม กินปลาตัวเล็กทั้งตัวทั้งก้าง เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ผักใบเขียว เพราะแคลเซียมเป็นสิ่งจำเป็นที่จะเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อและกระดูก ทำให้ระบบประสาททำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

5. บอกลาขนมและของกินจุบจิบ ตัดของโปรดประเภทโดนัท คุกกี้ เค้กหน้าครีมหนานุ่ม ออกจากชีวิตบ้าง แล้วหันมากินผลไม้เป็นของว่างแทน วิตามิน และกากใยในผลไม้ มีประโยชน์กว่าไขมัน และน้ำตาลจากขนมหวานเป็นไหนๆ

6. สร้างความคุ้นเคยกับการกินธัญพืชและข้าวกล้อง เมล็ดทานตะวัน ข้าวฟ่างและลูกเดือย รวมทั้งข้าวกล้องที่เคยคิดว่าเป็นอาหารนก ได้มีการศึกษาและค้นคว้าแล้ว พบว่า ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจถึง 1 ใน 3 เลยทีเดียว เพราะอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และควบคุมน้ำตาลในเลือดให้สมดุล

7. จัดน้ำชาให้ตัวเอง ทั้งชาดำ ชาเขียว ชาอู่ล่ง หรือเอิร์ลเกรย์ ล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ การดื่มชาวันละ 1 ถึง 3 แก้ว ช่วยลดอัตราเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารถึง 30%

8. กินให้ครบทุกสิ่งที่ธรรมชาติมี คุณต้องพยายามรับประทานผักผลไม้ต่างๆ ให้หลากสี เป็นต้นว่า สีแดงมะเขือเทศ สีม่วงองุ่น สีเขียวบล็อกเคอรี สีส้มแครอท อย่ายึดติดอยู่กับการกินอะไรเพียงอย่างเดียว เพราะพืชต่างสีกัน มีสารอาหารต่างชนิดกัน แถมยังเป็นการเพิ่มสีสันการกินให้กับคุณด้วย

9. เปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนรักปลา การกินปลาอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ได้ทั้งความฉลาดและแข็งแรง เพราะปลามีกรดไขมันโอเมก้า 3 และโปรตีน ที่ช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ และบำรุงเซลล์สมอง ทั้งยังมีไขมันน้อย อร่อย ย่อยง่าย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหุ่นเพรียวลมเป็นที่สุด

10. กินถั่วให้เป็นนิสัย ทำให้ถั่วเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่คุณต้องกินทุกวัน วันละสัก 2 ช้อน ไม่ว่าจะเป็นของหวานของคาว หรือว่าของว่างก็ทั้งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญๆ หลายชนิด ต่างพากันไปชุมนุมอยู่ในถั่วเหล่านี้ ควรกินถั่วอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรกินครั้งละมากๆ เพราะมีแคลอรี่สูง อาจทำให้อ้วนได้

ถ้าปฏิบัติให้ได้ครบทุกข้อตามคำแนะนำข้างต้นนี้จนเป็นนิสัย สุขภาพดีๆ จะไปไหนเสีย !!
HGH หรือ ฮอร์โมนเจริญวัยคืออะไร?
คุณประโยชน์ของ Bio Spary และ Bio Spray Plus


ฮอร์โมนเจริญวัยมักจะถูกขนานนามว่าเป็น “ น้ำพุแห่งความเป็นหนุ่มสาว ” เป็นฮอร์โมนที่ถูกสร้างโดยต่อมพิตูอิตารี่ใต้สมอง ฮอร์โมนนี้เป็นโปรตีนที่มีกรดอะมิโนอยู่ทั้งหมด 191 โมเลกุล ถูกสร้างขึ้นมาโดยธรรมชาติเพื่อควบคุมการเจริญเติบโตและการทำงานของเซลส์

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในร่างกายมนุษย์ทุกคน คือความชรา เราสามารถทราบถึงกระบวนการแห่งความชราได้ด้วยการสังเกตอาการต่อไปนี้ :

ผิวหนังเหี่ยวย่น , ผมหงอก , กล้ามเนื้อลีบลง , ไขมันเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณรอบเอว , ความจำเสื่อม , ภูมิต้านทานต่ำลง

เหล่านี้คืออาการบางอย่างของความชราที่สังเกตได้ชัดและป้องกันได้ ผลการศึกษาทางคลินิกได้ให้ข่าวดีแก่เราว่า ถ้าเราทำให้ฮอร์โมนเจริญวัยในคนเพิ่มสูงขึ้น เราจะสามารถย้อนวัยทางชีวภาพกลับไปสู่ความเป็นหนุ่มสาวขึ้นได้อีกหลายปี

อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อ HGH ในร่างกายลดลง?




มันเป็นการเริ่มต้นของกระบวนการแก่ตัวของร่างกาย !

ต่อมใต้สมองจะหลั่ง HGH เป็นจำนวนมากในปริมาณที่สัมพันธ์กับการเจริญเติบโตในวัยต่างๆของมนุษย์ ปริมาณ HGH จะสูงขึ้นขณะเราอยู่ในครรภ์มารดา และจะลดลงในวัยเด็ก แล้วกลับเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น( การหลั่งฮอร์โมนจะมากขณะเราหลับ นี่คือสาเหตุที่วัยรุ่นนอนมากกว่าวัยอื่น บางคนยังเชื่อด้วยว่าวัยรุ่นจะยืดตัวหรือเจริญเติบโตขณะนอนหลับ ! )

HGH จะลดลง เมื่ออายุ 30 ปี ขึ้นไประดับจะเหลือเพียง 40% ของอายุ 20 ปี และจะลดฮวบจนน่าตกใจ ในบางคนแทบจะไม่มี HGH หลั่งออกมาเลย เมื่อขาด HGH การทำงานของอวัยวะต่างๆ จะลดลง อาการของโรคชราและโรคอื่นๆ จะเกิดขึ้น
ถ้าต้องนำอาหารแต่ละชนิดมาวิเคราะห์ทางเคมี เราพบว่ามีสารอาหารที่ แบ่งตามหลักโภชนาการ ออกเป็น 6 ประเภทดังนี้

1.คาร์โบไฮเดรต เป็นสารอาหารที่มีความสำคัญโดยให้พลังงานแก่เราและพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตนี้จะเสียค่าใช้จ่ายถูกกว่าโปรตีนหรือไขมัน

2.ไขมัน เป็นสารอาหารที่ถือว่าเป็น จอมพลังงาน เพราะให้แคลลอลี่มากกว่าโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต รวมทั้งไขมันบางชนิดจะเป็นชนิดที่ร่างกายขาดไม่ได้เรียกว่าไขมันจำเป็นเพราะช่วยดูดซึมวิตามิน เอ ดี อี และเค ที่ละลายในไขมัน

3.วิตามิน เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการจำนวนไม่มากนัก แต่จำเป็นเพื่อให้ปฏิกิริยาต่างๆของการเผาผลาญพลังงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ร่างกายสามารถสร้างวิตามินได้น้อยมาก ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

4.เกลือแร่ เป็นสารอาหารที่ร่างกายขาดไม่ได้ เพราะเกลือแร่แต่ละตัวมีหน้าที่เฉพาะของตัวเอง สามารถแบ่งเกลือแร่ออกเป็นชนิดที่ร่างกายต้องการในขนาดมาก เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียมเป็นต้น และชนิดที่ร่างกายต้องการขนาดน้อย เช่น เหล็ก สังกะสี ทองแดง ไอโอดีน เป็นต้น

5.น้ำ เป็นสารอาหารที่ร่างกายขาดไม่ได้ มนุษย์อาจอดอาหารได้เป็นเดือนๆ แต่ถ้าไม่ได้ดื่มน้ำ 2-3 วัน ก็อาจเสียชีวิตได้ น้ำจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอันดับสองรองจากออกซิเจน

10 ความเข้าใจผิดๆ กับเรื่องอาหาร

1.งดมื้อเช้า
ถ้าใครกําลังทําอยู่ก็เลิกเสียเถอะค่ะ เพราะมื้อเช้าเป็นมื้อที่สําคัญมาก นอกจากจะเป็นแหล่งพลังงานให้คุณสู้งานได้อย่างไม่มีถอยแล้ว ยังช่วยให้ไม่หิวมากด้วยก่อนที่จะถึงมื้อต่อไป
2.งดกินทุกอย่างก่อนออกกําลังกาย
ไม่ควรค่ะ เพราะร่างกายต้องการพลังงานเพื่อนํามาใช้ในการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ อยู่แล้ว ฉะนั้น ก่อนออกกําลังกายควรกินพวกอาหารที่มีส่วนประกอบของคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (เพราะมีไฟเบอร์มากและไขมันต่ำด้วย) อย่างโยเกิร์ต นมถั่วเหลือง หรือขนมปังค่ะ
3.หลังออกกําลังกาย
ควรเว้นช่วงนานๆ แล้วจึงค่อยกิน จริงๆ แล้ว ไม่ต้องเว้นไว้นานขนาดนั้นก็ได้ กินหลังจากออกกําลังกายไปแล้ว 1 ชั่วโมงก็โอ.เค.แล้วละ และควรเลือกกินอาหารที่มีโปรตีนและคาร์โบไฮเดรเชิงซ้อนด้วยนะ เพราะจะได้ไปช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญและช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อให้ดีขึ้นค่ะ
4.กินขนมที่มีส่วนประกอบของโปรตีนหรือโปรตีนเชคแทนข้าว
อาหารขบเคี้ยวเหล่านี้ใช่ว่าจะไม่มีแคลอรีหรือไขมันเลยนะคะ อีกทั้งโปรตีนเชคนั้นก็ไม่มีไฟเบอร์อีกด้วย สรุปแล้วไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้กินอาหารจริงๆ เข้าไปหรอกค่ะ
5.เชื่อมั่นในฉลาก
อย่าเชื่อในทุกๆ สิ่งที่คุณได้อ่าน โดยเฉพาะฉลากที่ติดอยู่ข้างๆ ขวดเครื่องดื่ม เพราะยังมีอีกหลายๆ โรงงานที่ขาดการควบคุมที่เคร่งครัดอยู่ ทางที่ดี ก่อนซื้อควรดูองค์ประกอบหลายๆ อย่างรวมกัน แล้วจึงค่อยตัดสินใจ
6.กินน้อยๆ
คนส่วนมากมักจะกลัวไม่กล้ากินเยอะจนบางครั้งพลังงานที่รับเข้าไปไม่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการสําหรับทํากิจกรรมนั้นๆ อย่าลืมสิคะว่า กินน่ะกินได้ แต่ก็อย่าให้มากจนเกินไปนัก เพราะร่างกายจะเผาผลาญไม่ทัน เกิดเป็นไขมันสะสม แล้วต้องมานั่งกลุ้มไดเอ็ทกันใหม่ จะยุ่งเอานะ
7.ออกกําลังกายเท่านั้นคือหนทางการลดอ้วน
ถึงแม้ว่าคุณจะออกกําลังกายบ่อยแค่ไหนก็ตาม แต่หากขาดการวางแผนการกินที่ดีต่อสุขภาพแล้ว การออกกําลังกายที่ทําไปก็ถือว่าสูญเปล่าได้นะ
8.ไม่ควรกินน้ำมากๆ ขณะออกกําลังกาย
ผิดค่ะ การเสียน้ำมากๆ ไม่ดีต่อร่างกายเลยนะคะ โดยเฉพาะเวลาที่กําลังอยู่ในที่ร้อนๆ ฉะนั้น ระหว่างและหลังออกกําลังกายก็อย่าลืมดื่มน้ำเข้าไปให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายด้วยละ
9.ไดเอ็ทแบบอดๆ
แน่นอนค่ะว่าการลดน้ำหนักแบบนี้จะเห็นผลเร็วและง่ายต่อการปฏิบัติด้วย แต่มันก็ไม่ใช่หนทางที่ถูกต้องนัก คุณควรหันกลับมาใช้วิธีแบบเดิมๆ คือควบคุมอาหารและออกกําลังกายควบคู่ไปด้วยจะดีกว่าค่ะ
10.กินโปรตีนเยอะๆ แป้งน้อยๆ
หลายๆ คน อาจจะกําลังฮิตกับการไดเอ็ทประเภทนี้มาก คือ ไม่กินพวกข้าวหรือขนมปังเลย อย่าลืมสิคะว่า คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนก็มีความสําคัญต่อการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อนะ เอ้า...ถ้ารู้อย่างนี้แล้ว ทิ้งมันได้ลงก็ให้มันรู้ไป